← กลับไปหน้าบทความ

How-to · โดย Content Team

วิธีลดต้นทุนค่าคอมมิชชันสำหรับเจ้าของที่พัก ด้วยการทำ Digital Marketing แบบครบวงจร

ในยุคที่แพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ (OTA) มีบทบาทสูง ค่าคอมมิชชันคือต้นทุนแฝงที่กัดกร่อนกำไร ค้นพบวิธีลดต้นทุนสำหรับเจ้าของที่พักด้วยกลยุทธ์ Digital Marketing แบบครบวงจร เพื่อสร้างยอดจองตรงที่ยั่งยืน

รีสอร์ตหรูริมหาดทรายขาว

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของการใช้ชีวิต แพลตฟอร์มจองโรงแรมระหว่างประเทศหรือที่เรียกกันว่า OTA (Online Travel Agencies) ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเป็นสื่อกลางระหว่างนักท่องเที่ยวและผู้ให้บริการที่พัก แม้ว่าช่องทางเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการมองเห็นและดึงดูดลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ตามมาคือ 'ค่าคอมมิชชัน' ที่อยู่ในอัตราที่ค่อนข้างสูง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่กัดกร่อนกำไรของเจ้าของที่พักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การพึ่งพาช่องทาง OTA เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ธุรกิจมีความเปราะบางอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องคอยปรับตัวตามนโยบายการคิดค่าธรรมเนียม อัลกอริทึม หรือเงื่อนไขต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของแพลตฟอร์มเหล่านั้น ดังนั้น การหาทางออกเพื่อลดต้นทุนส่วนนี้จึงเป็นวาระเร่งด่วนสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งคำตอบที่ดีที่สุดในยุคนี้คือ การใช้กลยุทธ์การทำ Digital Marketing แบบครบวงจร เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาจองที่พักกับเราโดยตรง

ความสำคัญของการจองตรง (Direct Booking)

การจองตรง (Direct Booking) คือการที่ลูกค้าทำการตัดสินใจและทำธุรกรรมการจองผ่านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือช่องทางติดต่อของโรงแรมโดยตรง โดยไม่ผ่านคนกลาง การผลักดันให้เกิดการจองในรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดต้นทุนค่าคอมมิชชันที่ต้องเสียให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว (Customer Loyalty) กับลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง แพลตฟอร์มและผู้ให้บริการที่เข้าใจอุตสาหกรรมนี้อย่าง BestHotel Thailand ได้มีการออกแบบระบบเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ซึ่งมีหัวใจสำคัญดังนี้

  • เพิ่มยอดจองตรง: การทำตลาดต้องอาศัยกลยุทธ์การโปรโมทที่มุ่งเป้าไปที่การดึงนักท่องเที่ยวให้มาจองโดยตรงกับโรงแรมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แคมเปญการตลาดที่ดึงดูดใจ การนำเสนอแพ็กเกจพิเศษที่หาไม่ได้จากแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความคุ้มค่าและตัดสินใจจองผ่านช่องทางหลักของที่พักในที่สุด
  • ลดการพึ่งพา OTA: การกระจายช่องทางขายและการสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางของตนเอง จะช่วยให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น ไม่ต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอมหรือถูกผูกมัดกับเงื่อนไขที่เอาเปรียบของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง เมื่อสัดส่วนการจองตรงเพิ่มขึ้น อำนาจการต่อรองของโรงแรมก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
  • ควบคุมราคาได้เอง: ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดของการไม่ผ่านคนกลางคือ โรงแรมสามารถบริหารจัดการโครงสร้างราคาได้อย่างอิสระ สามารถกำหนดสิทธิพิเศษ (Privileges) ของแถม หรือส่วนลดสำหรับสมาชิกที่จองผ่านระบบของโรงแรมโดยตรง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องไปแข่งขันด้านราคาหรือแข่งขันด้านค่าคอมมิชชันกับแพลตฟอร์มอื่นๆ หรือโรงแรมคู่แข่งที่อยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน

รากฐานสำคัญ: เว็บไซต์ธุรกิจที่ได้มาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม การจะทำให้กลยุทธ์ Direct Booking เกิดขึ้นจริงและมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จุดเริ่มต้นที่ขาดไม่ได้เลยคือการมีพื้นที่บนโลกออนไลน์ของตัวเองที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ หลายครั้งที่โรงแรมทุ่มเทงบประมาณไปกับการทำโฆษณามากมาย แต่กลับไม่สามารถปิดการขายได้ เพียงเพราะลูกค้าคลิกเข้ามาแล้วพบว่าระบบการจองยุ่งยาก โหลดช้า หรือดูไม่ปลอดภัย

ด้วยเหตุนี้ การพิจารณาหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อ ทำเว็บไซต์ธุรกิจ ที่มีมาตรฐานสากล รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ (Responsive Design) และมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย จึงเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของการทำ Digital Marketing แบบครบวงจร เว็บไซต์ที่ดีจะทำหน้าที่เสมือนพนักงานต้อนรับที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยสร้างความประทับใจแรก นำเสนออัตลักษณ์ของที่พักได้อย่างครบถ้วน และเปลี่ยนผู้เยี่ยมชมให้กลายมาเป็นลูกค้าที่จองตรงได้อย่างราบรื่นที่สุด เมื่อรากฐานเว็บไซต์แข็งแรง การต่อยอดทำการตลาดดิจิทัลในขั้นตอนต่อไปก็จะเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจน

กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลเฉพาะทาง

เมื่อธุรกิจมีช่องทางหลักที่พร้อมรองรับลูกค้าแล้ว การนำเสนอที่พักให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นขั้นตอนต่อไป ทีมการตลาดดิจิทัลของ BestHotel Thailand มีประสบการณ์เฉพาะทางในธุรกิจโรงแรม เราเข้าใจดีว่าพฤติกรรมของนักเดินทางนั้นมีความซับซ้อน เราจึงไม่ได้ใช้กลยุทธ์แบบทั่วไปที่หว่านแหไปเรื่อยๆ แต่โฟกัสไปที่เทคนิคเชิงลึกที่ช่วยให้เกิดการแปลงยอดจอง (Conversion Rate) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีกลยุทธ์หลักดังนี้

1. การปรับปรุง SEO (Search Engine Optimization)

การที่ลูกค้าจะจองที่พักของคุณได้ พวกเขาต้องค้นหาคุณให้เจอก่อน การทำ SEO จะเน้นไปที่การปรับแต่งเนื้อหาและโครงสร้างเว็บไซต์ เพื่อทำให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏบนหน้าแรกของผลการค้นหา (เช่น Google) เมื่อผู้คนมองหาที่พักในจุดหมายปลายทางนั้นๆ การใช้คำค้นหา (Keywords) ที่ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว เช่น 'ที่พักติดทะเลราคาถูก' หรือ 'บูทีคโฮเทลใจกลางเมือง' จะช่วยดึงดูดผู้ที่มีความต้องการเข้าพักจริงให้คลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาในระยะยาว

2. โฆษณาเฉพาะทางท่องเที่ยว (Targeted Ads)

การยิงโฆษณาบนโซเชียลมีเดียหรือ Search Engine ต้องมีความแม่นยำสูง กลยุทธ์นี้คือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเชิงพฤติกรรมและความสนใจ (Behavioral and Interest Targeting) เช่น การเจาะจงกลุ่มคนที่กำลังค้นหาตั๋วเครื่องบินมายังจังหวัดที่คุณตั้งอยู่ หรือกลุ่มคนที่เคยกดดูรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกๆ งบประมาณที่เสียไป ผู้ที่เห็นโฆษณาจะเป็นผู้ที่มีศักยภาพสูงในการเข้าพักจริง (High-intent Users) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจจองได้มากกว่าการโฆษณาทั่วไป

3. ระบบแนะนำที่พักที่ตรงกลุ่ม (Personalized Recommendation)

การนำเสนอสิ่งที่ใช่ ในเวลาที่ใช่ คือหัวใจของการปิดการขาย เทคโนโลยีของระบบสมัยใหม่ช่วยให้สามารถจับคู่ความต้องการของนักท่องเที่ยวกับจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique Selling Points) ของที่พักของคุณได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น ถ้าระบบวิเคราะห์ได้ว่าผู้ใช้งานเป็นกลุ่มครอบครัวที่กำลังมองหาที่พักที่มีสระว่ายน้ำเด็ก ระบบก็จะไฮไลท์สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ของโรงแรมคุณขึ้นมานำเสนอ ซึ่งความใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้คือสิ่งที่ดึงดูดให้ลูกค้าเลือกคุณ

เริ่มต้นด้วยแพ็กเกจที่เหมาะสมกับการเติบโต

การลงทุนในการทำการตลาดดิจิทัลและการปรับปรุงระบบเพื่อลดพึ่งพา OTA นั้น ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยสเกลที่ใหญ่โตเสมอไป เราเข้าใจว่าแต่ละธุรกิจมีบริบท ข้อจำกัด และขนาดที่แตกต่างกัน จึงมีการออกแบบโซลูชันและแพ็กเกจให้เลือกตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับองค์กรขนาดใหญ่

สำหรับเจ้าของที่พักขนาดเล็กหรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างระบบการจองตรงระดับ Starter สามารถเริ่มต้นด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการทำ SEO เบื้องต้น เพื่อเพิ่มการมองเห็นได้อย่างรวดเร็วในงบประมาณที่ควบคุมได้ ส่วนโรงแรมขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ต้องการขยายตัวอย่างจริงจัง สามารถขยับไปเลือกแพ็กเกจ Growth เพื่อรับแคมเปญโฆษณาที่ทรงพลังครอบคลุมทุกช่องทาง การจัดการข้อมูลลูกค้าเชิงลึก (Data Analytics) และระบบการตลาดอัตโนมัติ (Marketing Automation) ที่จะช่วยเร่งยอดจองตรงให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

ท้ายที่สุดนี้ การทำธุรกิจที่พักในยุคดิจิทัลไม่ควรปล่อยให้ค่าคอมมิชชันมาเป็นข้อจำกัดในการเติบโตหรือคอยกินกำไรส่วนใหญ่ของคุณอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการจะต้องเริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ทวงคืนอิสรภาพในการบริหารจัดการราคา และหันมาสร้างยอดจองตรงที่มีความมั่นคงและยั่งยืน ผ่านการทำ Digital Marketing แบบครบวงจรและแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ